พื้นฐานการออกเสียง ── วรรณยุกต์และพินอิน语音入门 声调与拼音
00
01บทนำ
02วรรณยุกต์
เสียง "ma" เดียวกันเปลี่ยนความหมายไปตามวรรณยุกต์: 妈 mā (แม่)麻 má (ป่าน)马 mǎ (ม้า)骂 mà (ด่า)吗 ma (คำถาม)
03สระ
※ เหล่านี้คือเสียงท้ายพยางค์หลัก ü ไม่มีเสียงตรงกันในภาษาไทย: ออกเสียง "อี" (สระอีในคำว่า มี) ก่อน แล้วห่อริมฝีปากเป็นวงกลมแคบโดยคงลิ้นไว้ที่เดิม หลัง j, q, x จะตัดจุดสองจุดออกและเขียนเป็น ju・qu・xu
04พยัญชนะ
05การเปลี่ยนวรรณยุกต์
เสียงที่สะกดเหมือนเดิมแต่ออกเสียงเปลี่ยนไป
บางเสียงคงเครื่องหมายวรรณยุกต์ที่เขียนไว้เดิม แต่ออกเสียงนุ่มลงเมื่อพูดจริง เรียนรู้สามกรณีที่พบบ่อยนี้
① เสียงที่ 3 + เสียงที่ 3 → เสียงที่ 2 + เสียงที่ 3
เมื่อเสียงที่ 3 สองเสียงมาอยู่ติดกัน เสียงแรกจะอ่านเป็นเสียงขึ้นเหมือนเสียงที่ 2 你好 เขียนว่า nǐ hǎo แต่อ่านจริงว่า ní hǎo (การสะกดไม่เปลี่ยน)
② เสียงที่ 3 ครึ่งเสียง
เสียงที่ 3 เต็มจะลงต่ำก่อนแล้วจึงขึ้น (การเคลื่อนของระดับเสียง: ↘↗) แต่เมื่อตามด้วย เสียงที่ 1, 2, 4 หรือเสียงเบา ส่วน "ขึ้น" ตอนท้ายจะถูกตัดออก และเสียงจะคงต่ำขณะเลื่อนไปยังเสียงถัดไป (↘) เรียกว่าเสียงที่ 3 ครึ่งเสียง
※ ไม่ได้หมายความว่าเสียงของ 老 หายไปหรือถูกกลืนเพราะพูดเร็ว 老 ออกเสียงชัดเจน สิ่งที่เปลี่ยนคือ เพียงเส้นโค้งของระดับเสียง เท่านั้น — ส่วนขึ้นตอนท้ายถูกละไว้ ในตัวอย่างด้านล่าง เสียงที่ 3 ตัวแรก (老 lǎo・请 qǐng・你 nǐ) จะกลายเป็นเสียงที่ 3 ครึ่งเสียง
- 老师ครู (เสียงที่ 3 + เสียงที่ 1) คง "lǎo" ให้ต่ำโดยไม่ขึ้น
- 请问ขอถาม (เสียงที่ 3 + เสียงที่ 4) "qǐng" เป็นเสียงที่ 3 ครึ่งเสียง
- 你们พวกคุณ (เสียงที่ 3 + เสียงเบา) "nǐ" เป็นเสียงที่ 3 ครึ่งเสียง
③ การเปลี่ยนวรรณยุกต์ของ "不 bù" และ "一 yī"
- 不是不 อ่านว่า bú เมื่ออยู่หน้าเสียงที่ 4 (不 bù + เสียงที่ 4)
- 一个一 อ่านว่า yí เมื่ออยู่หน้าเสียงที่ 4
- 一起一 อ่านว่า yì เมื่ออยู่หน้าเสียงที่ 1, 2 หรือ 3 เมื่ออยู่เดี่ยวหรือเป็นเลขลำดับ อ่านว่า yī